อย่าปล่อย “ราคาน้ำมัน” ผันผวน

 
มันจะสวิงกันเป็นหุ้นเลยเหรอ? แล้วมีกองทุนน้ำมันไว้เพื่อ? กองทุนน้ำมันเอาไว้เป็น "กันชน" ให้ราคานิ่ง ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น กองทุนน้ำมันก็จ่าย ถ้าราคาลง กองทุนน้ำมันก็กำไร แต่นี่ปล่อยให้สวิงกันเหมือนเต้นรำ ไร้การควบคุม (ที่ดี) แล้วพ่อค้าแม่ค้าเค้าจะคำนวนต้นทุนราคาสินค้ายังไง "ของราคาขึ้น มันไม่ลงนะครับท่าน"
 
เดือนนี้ผันผวนมาก! แค่ระยะเวลายังไม่ทันเต็มเดือนสิงหาคม ก็มีการปรับราคากันไปแล้วหลายครั้งอย่าง “น้ำมันดีเซล” เมื่อวันที่ 3 ส.ค. อยู่ที่ 29.09 บาท/ลิตร ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 29.49 บาท/ลิตร แล้ววันที่ 15 ส.ค. ปรับลงมาอยู่ที่ 29.19 บาท/ลิตร และวันที่ 18 ส.ค. อยู่ที่ 28.89 บาท/ลิตร
 
ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน (Gasoline 95) ราคาก็ขยับขึ้นขยับลงหลายครั้งในช่วงเดือนนี้เช่นกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ วันที่ 3 ส.ค. อยู่ที่ 36.76 บาท/ลิตร แต่วันที่ 9 ส.ค. ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 37.16 บาท/ลิตร แล้วจึงปรับตัวลงในวันที่ 15 ส.ค. เหลือ 36.86 บาท/ลิตร และลดราคาลงเล็กน้อยในวันที่ 17 ส.ค. อยู่ที่ 36.56 บาท/ลิตร แต่ก็กลับขึ้นมาอีกในวันที่ 18 ส.ค. อยู่ที่ 36.86 บาท/ลิตร (อ้างอิงจากราคาขายปลีก กทม.และปริมณฑล เครือ ปตท.)
 
จากสถิติที่ผ่านมาของปีนี้ ราคาน้ำมันผันผวนมากที่สุดในช่วงพฤษภาคม มีการปรับราคาขึ้นลงกันถึง 8 ครั้ง ราคาแตะสูงสุดในรอบปีเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 29.79 บาท/ลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 37.36 บาท/ลิตร ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ราคาน้ำมันผันผวนไปอีก มีการปรับราคากันถึง 6 ครั้งในเดือนเดียว โดยราคาสูงสุดอยู่วันที่ 27 ก.ค. ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 29.49 บาท/ลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 37.16 บาท/ลิตร
 
กลับมาที่เดือนสิงหาคมกันครับ เพียงระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนเต็ม ก็มีการปรับราคากันถึง 6 ครั้งแล้ว โดยสลับราคากันไปมาระหว่างน้ำมันชนิดต่างๆ โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 15,16,17,และ 18 ส.ค. มีการปรับราคาน้ำมันกันรายวัน นี่มันอะไรเนี่ย!
 
บทวิเคราะห์น้ำมันส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ที่ต่างฝ่ายต่างขึ้นภาษีสินค้าอีกร้อยละ 25 เพื่อกีดกันสินค้าของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงวิกฤตค่าเงินตุรกี หลังสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มอัตราภาษีเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากตุรกีขึ้นสองเท่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน
 
แต่สำหรับประเทศไทย ... มันไม่ใช่อย่างนั้น เรามี "กองทุนกันชน กองทุนน้ำมัน" ไม่ว่าราคาตลาดโลกผันผวนขนาดไหน ราคาค้าปลีกในประเทศไม่ควรผันผวนมาก "มหาศาล" ไม่งั้นเราจะยอมจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันจากราคาน้ำมันที่เราเติมอยู่ทำไม ?
 
กองทุนน้ำมัน (Oil Fund) มีหน้าที่รักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศกรณีที่ราคาตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้น้อยที่สุด
 
ราคาน้ำมันที่เราใช้กันอยู่ บางส่วนจะถูกหักเข้าสมทบไปที่กองทุนน้ำมัน เช่น ในราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (ULG) อยู่ที่ 36.84 บาท/ลิตร จะเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน(กำไร)ประมาณ 6.8 บาท ส่วนน้ำมันดีเซลที่เป็นพื้นฐานการค้าหลักราคาอยู่ประมาณ 28.91 บาท/ลิตร ก็จะเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเพียงประมาณ 0.01 บาท ถัวๆแบ่งๆกันไป บางทีดีเซลโลกขึ้นมากก็ต้องกดให้ต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร เพราะดีเซลเป็นน้ำมันขับเคลื่อนพื้นฐานเศรษฐกิจ ราคาสินค้าและบริการ ค่าครองชีพ
 
เช่นเดียวกับก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่จำเป็นต้องใช้เงินในกองทุนน้ำมันตรึงราคาเช่นเดียวกัน เพราะเป็นเชื้อเพลิงที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้กันทุกครอบครัว ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ใช้กองทุนน้ำมันตรึงราคาขายเอาไว้ที่ 363 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม
 
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่ากองทุนน้ำมันอยู่ในแดนบวกกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเดือนกลางเดือนกรกฎาคมมีรายงานว่าเงินสะสมอยู่ประมาณ 29,559 ล้านบาท ลดลงจากเดิมเล็กน้อย เนื่องจากมีการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ดังนั้นภาพรวมสถานะกองทุนน้ำมันก็ยังถือว่าดีอยู่ ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่สูงเหมือนในอดีต แต่กลับปล่อยให้ราคาขายปลีกน้ำมันผันผวนไปตามตลาดโลก โดยเฉพาะช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ รัฐบาลกลับปล่อยให้มีการปรับราคากันหลายครั้งตามตลาดโลก
 
เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องยากหากรัฐบาลจะตัดสินใจ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลประชาชนอยู่แล้ว และควรตรึงราคาน้ำมันในส่วนที่จำเป็น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลให้ราคาต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นเดียวกับที่ตรึงราคาก๊าซหุงต้มก็ได้ครับ เพราะสิ่งที่รัฐบาลต้องคำนึงถึงคือประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน ไม่เช่นนั้นจะมี “กองทุนน้ำมัน” ไว้ทำไม
 
 
 
 
รู้จักอรรถวิชช์
ประวัติ
ผลงาน
งานอดิเรก
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ติดตามได้ที่