สมาชิกพรรคเท่านั้น ได้สิทธิ์ไพรมารี่โหวต!

ตลอดทั้งเดือนเมษายน ขณะที่มีวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ พรรคการเมืองเก่าต้องรีบส่งข่าว เดินสายพบปะสมาชิกพรรคเดิมเพื่อให้สมาชิกแจ้งยืนยันการเป็นสมาชิก และจ่ายค่าสมาชิกพรรค ตามมาตรการที่ถูกเซตซีโร่สมาชิกพรรคการเมืองโดยคำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ประหนึ่งเริ่มตั้งพรรคใหม่กันเลยทีเดียว

ส่วนพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ ก็ทยอยจัดประชุมเพื่อรวบรวมสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน จัดทำข้อบังคับ เลือกกรรมการบริหารพรรค ก่อนจะจดทะเบียนกับ กกต. เพื่อจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองต่อไป

ไม่ว่าจะเป็น พรรคการเมืองเก่า หรือพรรคการเมืองใหม่ สมาชิกพรรคการเมืองคือหัวใจของการขับเคลื่อนทั้งสิ้น แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นในหัวของใครหลายๆ คนเช่นกันว่า จะได้อะไรจากเสียเงินค่าบำรุงพรรครายปี 100 บาท หรือตลอดชีพ 2,000 บาท เพื่อเป็น “สมาชิกพรรคการเมือง” ?

ด้วยหลักการ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 258 การปฏิรูปด้านการเมือง กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้ “สมาชิกพรรคการเมืองคราวนี้ มีบทบาทมากกว่าที่ผ่านๆ มา” ด้วยการบัญญัติในมาตรา 50 และ 51 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 “ให้สมาชิกพรรคคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง” หรือที่เราเรียกกันว่า “ไพรมารี่โหวต”

เดิมทีกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้บังคับเกี่ยวกับการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เลยทำให้พรรคการเมืองส่วนใหญ่เวลาจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่คราวนี้ระบบไพรมารี่โหวตกำหนดขั้นตอนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้ชัดเจน

“ไพรมารี่โหวต” คือการให้สมาชิกพรรค เลือกผู้สมัครสส.ของพรรคตน ไปแข่งกับพรรคอื่น โดยแบ่งผู้สส.เป็น 2 ประเภท “แบบเขตเลือกตั้ง” กับ “แบบบัญชีรายชื่อ”

1.“แบบเขตเลือกตั้ง” ตามกฎหมายคราวนี้เขตเลือกตั้งจะมีทั้งหมด 350 เขต โดยก่อนที่พรรคการเมืองจะเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้ง สาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจะต้องเปิดรับสมัครบุคคลที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วส่งรายชื่อให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนจะส่งรายชื่อกลับไปที่สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตนั้นๆ

จากนั้นสาขาพรรคการเมืองจะจัดประชุมสมาชิกพรคการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อลงมติเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยเสนอชื่อบุคคลที่ได้คะแนนสูงสุด 2 ระดับแรกให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา ซึ่งต้องคำนึงถึงผู้ที่มีคะแนนสูงสุดลำดับแรก แต่หากคณะกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นชอบ ก็ให้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการสรรหาเพื่อลงมติว่าจะเอาบุคคลลำดับที่ 1 หรือลำดับที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ถ้าสุดท้ายไม่เห็นชอบผู้ใดเลย ก็ให้สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ดำเนินการตามขั้นตอนใหม่ทั้งหมด จนกว่าจะได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตนั้น

2.“แบบบัญชีรายชื่อ” พรรคการเมือง จะแจ้งต่อคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้เสนอชื่อสมาชิกเพื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้นจะตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทำบัญชีรายชื่อไม่เกิน 150 รายชื่อ โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างชายหญิงและตัวแทนจากภูมิภาคต่างๆ

จากนั้นสาขาพรรคการเมืองจะจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อทั้ง 150 คน “โดยสมาชิกแต่ละคนสามารถลงคะแนนได้คนละไม่เกิน 15 รายชื่อ” และคณะกรรมการสรรหาจะจัดทำบัญชีรายชื่อเรียงลำดับตามผลคะแนน และเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบ ก่อนส่งบัญชีรายชื่อให้ กกต.

โดยปกติแล้ว ประชาชนจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็น สส. ทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร แต่ประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย จะได้สิทธิ์เพิ่มมามากกว่า คือการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง เท่ากับว่าสมาชิกพรรคการเมืองจะได้สิทธิ์เลือกตั้ง 2 ครั้ง

เชิญชวนกันนะครับ ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ใครที่รัก ชอบสนับสนุนอุดมการณ์พรรคการเมือง ถ้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองกันอยู่แล้ว ก็ไปยืนยันความเป็นสมาชิกกันนะครับ สำหรับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สามารถยืนยันตัวตนได้ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ถนนพระรามหก ติดโรงพยาบาลวิชัยยุทธ และจุดรับยืนยัน 375 จุดทั่วประเทศ หรือยืนยันผ่านแอพพลิเคชั่น D-Connect ดาวน์โหลดได้ทางเพลย์สโตร์ ตามคำสั่งคสช. การยืนยันสมาชิกเดิมทำได้แค่ 30 เมษายนนี้ เท่านั้น หากไม่ยืนยันก็จะพ้นจากสมาชิกพรรคไป ส่วนเรื่องการสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่เลยนั้นยังไม่สามารถทำได้ เพราะคสช.ยังไม่อนุญาต

พรรคการเมืองจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ต้องผูกพันธนาการกับนายทุนคนใดคนหนึ่งย่อมทำได้ หากมีสมาชิกที่เข้มแข็ง

 

 

 

รู้จักอรรถวิชช์
ประวัติ
ผลงาน
งานอดิเรก
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ติดตามได้ที่