ครั้งแรกของกรุงเทพกับ‘มิชลินสตาร์’ ดาวที่เชฟทุกคนปรารถนา

 

แม้การปรับคณะรัฐมนตรีชุดที่ 5 ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีหน้าตาเปลี่ยนไปมาก รัฐมนตรีหลายคนต้องพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทำให้ผมนึกถึงงานสำคัญที่น่าจดจำของกระทรวงนี้ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คือการจัดทำหนังสือคู่มือ“มิชลินไกด์ ฉบับกรุงเทพ 2018 (Michelin Guide Bangkok 2018)” เพื่อประเมินมาตรฐานร้านอาหาร โดยให้ดาวจากมิชลินเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งจะมีการเผยแพร่กันสัปดาห์หน้าในวันที่ 6 ธันวาคม 2560

มิชลินสตาร์ (Michelin Star) คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมาตรฐานร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม เกิดจากความคิดของสองพี่น้อง Edouardและ Andre Michelin เจ้าของบริษัทมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก มีความคิดอยากให้คนใช้รถยนต์กันมากขึ้น เลยทำหนังสือมิชลินไกด์ (Michelin Guide) ขึ้นมา เพื่อแนะนำและให้ดาวกับร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรม โดยเริ่มตีพิมพ์ที่ประเทศฝรั่งเศสครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.1900 ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี

การประเมินร้านอาหารที่จะได้มาตรฐานมิชลินสตาร์ เป็นการประเมินโดย “กลุ่มนักชิมลึกลับ” ปัจจุบันเรียกว่า “ผู้ตรวจสอบร้านอาหาร” โดยมีบรรณาธิการใหญ่ กำหนดการออกรอบของผู้ตรวจสอบ ที่จะออกไปตรวจสอบเดือนละ 3 สัปดาห์ และกลับเข้ามารายงานสำนักงานมิชลินในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ก่อนจะรวมตัวกัน เพื่อพิจารณามอบรางวัลมิชลินสตาร์

ผู้ตรวจสอบของมิชลิน คือลูกค้าธรรมดาทั่วไปหลากหลายสัญชาติ ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและบริการ ซึ่งเขาจะเดินทางเฉลี่ยกว่า 3 หมื่นกิโลเมตรต่อปี เพื่อชิมอาหารราว 250 มื้อ และค้างคืนในที่พักกว่า 160 แห่ง โดยไม่เปิดเผยตัว

การจะได้ดาวจากมิชลิน มีข้อท้าทายอยู่ 5 ประการ คือ 1.คุณภาพของวัตถุดิบ 2.ความชำนาญและเทคนิคในการประกอบอาหาร 3.อัตลักษณ์ของเชฟที่สะท้อนอยู่ในอาหาร 4.ความคุ้มค่าสมราคา และ 5.ความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพและรสชาติอาหาร

นอกจากนั้นแล้ว มิชลินยังมีการประเมิน มาตรฐานร้านอาหารประเภทอื่นๆ อย่าง Michelin Bib Gourmand ร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม แต่ราคาสมเหตุสมผล, Comfort And Quality Restaurant ความสะดวกสบายและคุณภาพของร้านอาหาร ที่มีมาตรฐาน 5 ระดับ คือ ค่อนข้างสะดวกสบาย สะดวกสบาย สะดวกสบายมาก สะดวกสบายในระดับท็อปคลาส และหรูหราตามแบบฉบับดั้งเดิม, และ Notable Wine List - Sake List - Cocktail List สำหรับร้านอาหารที่สร้างสรรค์เครื่องดื่มอันยอดเยี่ยม

ปัจจุบัน คู่มือมิชลินไกด์ ได้ประเมินร้านอาหารและที่พักมากกว่า 4 หมื่นแห่ง กว่า 24 ประเทศ ใน 3 ทวีป มียอดจำหน่ายทั่วโลกสูงสุดกว่า 30 ล้านเล่ม โดยส่วนใหญ่จะเป็นการประเมินร้านอาหารเฉพาะเมืองใหญ่ๆ โดยประเทศที่มีร้านอาหารได้มาตรฐานมิชลินสตาร์ระดับ 3 ดาว มากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ที่มีถึง 34 แห่ง และประเทศอื่นๆ รองลงมาอย่างฝรั่งเศส 26 แห่ง สหรัฐอเมริกา 14 แห่ง เยอรมนี 11 แห่ง และอิตาลี 9 แห่ง

สำหรับประเทศไทยนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ใช้งบประมาณกว่า 143.5 ล้านบาท ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับมิชลิน เพื่อสำรวจและจัดทำคู่มือร้านอาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว ในโครงการเดอะมิชลินไกด์ไทยแลนด์ (The Michelin Guide Thailand) ระหว่างปี 2017 - 2021 โดยฉบับแรกคือ มิชลินไกด์ ฉบับกรุงเทพ 2018 (Michelin Guide Bangkok 2018) กำลังจะเปิดตัวในระบบออนไลน์และจัดพิมพ์ 10,000 เล่ม ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้

ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการประเมินร้านอาหารในประเทศไทยโดยมิชลิน แต่ก็มีร้านอาหารไทยที่ได้มาตรฐานมิชลินในต่างประเทศอยู่หลายแห่ง อย่างที่นิวยอร์ก ได้แก่ร้าน Somtum Der, Uncle Boons, ZabbElee หรือในซานฟรานซิสโก อย่างร้าน Kin Khao หรือร้าน Nahm ในประเทศอังกฤษ จึงมั่นใจได้ว่า“อาหารไทย”เราไม่ธรรมดาแน่นอน อาหารไทยที่ฮิตติดปากฝรั่งก็เช่น ผัดไทย และต้มยำกุ้ง

การประเมินครั้งแรกโดยมิชลินในประเทศไทย ใครๆ ก็มีสิทธิ์ลุ้น หากผ่านมาตรฐานการประเมิน หรือแม้แต่ร้านอาหารแผงลอย (Street food) ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของไทย เอาล่ะสิคราวนี้ ค่าตัวพ่อครัว แม่ครัวไทยเตรียมตัวพุ่งสูง ตัวอย่างมีให้เห็นอย่างร้าน Hill Street Tai Hwa Pork Noodle ในสิงคโปร์ ที่ได้มาตรฐานมิชลินมาแล้ว

ประเทศไทยจะได้โอกาสสำคัญ เพื่อใช้เอกลักษณ์ด้านอาหารเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว สร้างชื่อเสียงมาตรฐานในระดับโลก คิดให้ดีๆ นะครับสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยว เป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงถึงร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการท่องเที่ยว หากมีร้านระดับมาตรฐานมิชลินให้นักชิมได้ตามล่าหารับประทานกันด้วยแล้ว กรุงเทพฯคงคึกคักขึ้นเยอะทีเดียว และน่าจะช่วยแก้ไขภาวะเศรษฐกิจซบเซาได้

ที่ผ่านมา กว่าจะได้กินอาหารจากเชฟ หรือพ่อครัวแม่ครัวระดับมิชลินสตาร์ที่บินมาโชว์ตัวกันในประเทศไทย มื้อนึงต้องจ่ายแพงมาก แต่ในสัปดาห์หน้า 6 ธันวาคมนี้ เราจะมีเชฟในไทยที่มีโอกาสติดดาวมิชลิน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าบุคลากรด้านอาหารในประเทศ เข้ากับเทรนด์อาชีพของคนรุ่นใหม่ที่หันมาเป็นเชฟมากขึ้น รายการเรียลลิตี้โชว์ต่างๆ เกี่ยวกับอาหารก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่ การตื่นตัว

คราวนี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพิ่มมูลค่าบุคลากรด้านอาหารและบริการในประเทศ เพิ่มความมีเสน่ห์ในการท่องเที่ยวไทย เพิ่มเงินหมุนเวียนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาจากนักท่องเที่ยว... นี่จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าจดจำ

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่คุณกอบกาญจน์ จะต้องพ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม้จะมีผลงานที่น่าสนใจออกมา ซึ่งที่สุดแล้ว เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงนี้ ก็กลับมาอยู่ในการดูแลของพรรคชาติไทยพัฒนาอีกครั้ง ในชื่อของ “นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ที่เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาแล้ว ซึ่งตลอด

ระยะเวลา 15 ปี ที่ตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขึ้นมา มีรัฐมนตรีมาแล้วทั้งหมด 8 คน และครึ่งหนึ่งล้วนแต่เป็นรัฐมนตรีที่มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา และไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไร พรรคชาติไทยพัฒนาก็ไม่เคยห่างหายไปจากกระทรวงนี้ ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรีคนใหม่ จะใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ต่อยอดเรื่องต่างๆ ในกระทรวงต่อไปนะครับ

 

 

 

 

รู้จักอรรถวิชช์
ประวัติ
ผลงาน
งานอดิเรก
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ติดตามได้ที่